|
สารบัญเอดส์
>
ในปัจจุบันคนไข้เอดส์ไม่มีสตางค์จะซื้อยาจะทำอย่างไร

ตั้งแต่ต้นปี
2540 เป็นต้นมา
ก่อนเงินบาทจะลอยตัว
คนไข้เอดส์ทั่วประเทศเริ่มประสบกับปัญหาเรื่องค่ายาเพราะยาป้องกันโรคติดเชื้อแทรกซ้อน
และยาต้านไวรัสเอดส์บางตัว
ซึ่งแต่เดิมโรงพยาบาลต่าง
ๆ
สามารถเบิกได้ฟรีจากกระทรวงสาธารณะสุขเริ่มจะขาดมือลง
โรงพยาบาลต้องให้คน
ไข้ซื้อเอง
คนไข้ส่วนใหญ่ก็ไม่มีเงินจะซื้อได้เอง
เพราะตกเดือนละ 8,000-30,000 บาท
แล้วแต่ยาที่
ต้องใช้
จึงทำให้หลายคนหมดอาลัยตายอยาก
เลิกมาติดตามรักษาเลย
ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าอีกไม่นาน
โรงพยาบาลต่าง ๆ
จะเต็มไปด้วยคนไข้ที่กลับมาด้วยอาการเอดส์กำเริบเพราะขาดการรักษาต่อเนื่อง
กระทรวงสาธารณสุขมีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนการดูแลรักษา
โรคเอดส์เข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาลตามปกติ
กล่าวคือให้แต่ละโรงพยาบาลให้การสงเคราะห์คนไข้เอดส์ที่ยากจนเหมือนกับการให้
การสงเคราะห์คนไข้โรคอื่น
ๆ
ที่ยากจนทั่วไปคือคนไข้ออกค่ารักษาเองบางส่วน
โรงพยาบาลให้การ
สงเคราะห์บางส่วน
แต่เนื่องจากค่ายาเอดส์มีราคาแพง
และต้องรักษายาวนาน
ประกอบกับแต่ละโรง
พยาบาลไม่ได้เตรียมตั้งงบประมาณไว้ก่อน
กับความเคยชินที่เคยได้ยาฟรีมาหลายปีจึงทำให้หลายโรง
พยาบาลปฏิเสธการให้การสงเคราะห์ผู้ป่วยโรคเอดส์
กล่าวคือถ้าไม่สามารถจ่ายค่ายาได้เต็มราคา
ก็จะ
ไม่มียาให้ไปเลย
ทำให้เกิดการร้องเรียนขึ้นมาทางหน้าหนังสือพิมพ์
เดือดร้อนถึงสภากาชาดไทยต้อง
จัดสรรงบพิเศษ 15
ล้านบาทให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อสมทบเป็นค่ายาบางส่วนของผู้ป่วยเอดส์
เงิน 15
ล้านบาทถูกใช้หมดภายใน 4
เดือน หนทางออกมีอย่างไร ?
กระทรวงสาธารณสุขรับปากว่าจะของบค่ารักษาพยาบาล
สำหรับผู้มีรายได้น้อยจากรัฐบาลเพื่อ
แจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลต่าง
ๆ มากขึ้น
เพื่อรองรับปัญหาต้านโรคเอดส์
แต่รัฐจะตอบสนองได้มากน้อยเพียงใดในสภาวะเศรษฐกิจยุคไอเอ็มเอฟยังไม่ค่อยแน่ใจ
แต่ก็อยากเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นถึงความ
สำคัญด้านการรักษาพยาบาลผู้ป่วยเอดส์มากขึ้นหลังจากที่เราให้ความสำคัญด้านการประชาสัมพันธ์
ให้
ความรู้
และด้านการป้องกันมาหลายปีแล้ว
ตอนนี้ถึงเวลาที่คนที่ติดเชื้อเดิมจะเริ่มป่วยแล้วครับ
โรงพยาบาลแต่ละแห่งก็ต้องทำใจ
ต้องเอาเงินบำรุงโรงพยาบาลที่มีอยู่บางส่วนมาใช้เป็นค่ายา
ของคนไข้เอดส์บ้าง
มิฉะนั้นแล้วเมื่อคนเหล่านี้ป่วยหนักต้องเข้าโรงพยาบาลมา
โรงพยาบาลอาจต้อง
สิ้นเปลืองค่ารักษาพยาบาลมากกว่านี้ก็ได้
คนไข้ก็ต้องพยายามช่วยตัวเองให้มากที่สุด
ญาติพี่น้องที่พอมีสตางค์ก็ควรช่วยสนับสนุนค่ายา
บ้าง
คนไหนที่เบิกค่ารักษาพยาบาลจากต้นสังกัดได้ก็พยายามเบิกจากต้นสังกัด
ในขณะเดียวกันต้น
สังกัด
ในขณะเดียวกันต้นสังกัดที่ทำหน้าที่ในการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลก็ต้องมีความระมัดระวังไม่
ให้ความลับของคนไข้รั่วไหลจนเขาถูกไล่ออก
ธุรกิจเอกชนใหญ่ ๆ
ที่ยังมีกำไรอยู่ก็ควรเข้ามามีบทบาทช่วยรัฐในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย
ด้านการรักษาพยาบาลของลูกจ้าง
หรือคนงานตัวเองที่ติดเชื้อเอดส์กองทุนประกันสังคมก็ควรมีการปรับ
เปลี่ยนหลักเกณฑ์ในการเบิกค่ารักษาพยาบาลด้านโรคเอดส์แก่ผู้ประกันตนให้ได้รับประโยชน์บ้าง
แพทย์เองก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรักษา
โดยต้องประหยัดมากขึ้นใช้เฉพาะยาที่จำเป็น
จริง ๆ
ยาตัวใดที่ไม่น่าจะมีประโยชน์ก็กล้าจะลองหยุดดู
หรือกล้าเลือกใช้สูตรการรักษาที่ถูกกว่า
ถ้า
ผลไม่ต่างกันหรืออาจจะด้วยกว่ากันเพียงเล็กน้อย
กล่าวโดยสรุป
ทุกฝ่ายต้องช่วยกันครับในสภาวะเศรษฐกิจที่รัดตัวอย่างในปัจจุบัน
|